ก่อนจะไปถึงเคาน์เตอร์เช็คอิน คุณต้องเดินทางไปให้ถึงสนามบินเสียก่อน เว็บไซต์เปรียบเทียบของเราช่วยให้คุณเทียบที่จอดรถแบบมีผู้ดูแลใกล้สนามบินได้ทั้งราคา ระยะทาง และคะแนนรีวิว จองที่จอดล่วงหน้าได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องเครียด
เช็คอินที่สนามบินคืออะไร
การเช็คอินคือกระบวนการที่มีจุดประสงค์สองอย่างในตัวเดียว ขั้นแรกคือการเช็คอินเพื่อยืนยันตัวตนของผู้โดยสารและออกบัตรผ่านขึ้นเครื่องหรือบอร์ดิ้งพาส ซึ่งเป็นเอกสารที่ให้สิทธิ์คุณขึ้นเครื่องบิน ขั้นที่สองคือการโหลดสัมภาระ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หรือกระเป๋าสะพาย ซึ่งจะเดินทางแยกจากคุณในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่อง
หากไม่ผ่านการเช็คอิน คุณจะขึ้นเครื่องไม่ได้เลย บอร์ดิ้งพาสคือกุญแจสู่ทุกขั้นตอนถัดไป ทั้งจุดตรวจค้น การเดินไปยังประตูขึ้นเครื่อง และการขึ้นเครื่องบิน
ต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับการเช็คอินที่สนามบิน

- เอกสารประจำตัวคือสิ่งสำคัญที่สุด หากบินภายในเขตเชงเก้น ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุก็เพียงพอ ส่วนเที่ยวบินนอกเขตเชงเก้น (เช่น สหราชอาณาจักร ตุรกี อียิปต์ หรือสหรัฐอเมริกา) ต้องใช้หนังสือเดินทาง และปลายทางส่วนใหญ่กำหนดให้หนังสือเดินทางมีอายุเหลืออย่างน้อยหกเดือนนับจากวันเดินทางกลับตามกำหนด
- ตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ แสดงได้ทั้งแบบพิมพ์ลงกระดาษหรือเป็นคิวอาร์โค้ดในแอปของสายการบิน เพียงเปิดหน้าจอโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่สแกนก็เรียบร้อย
- รหัสการจองมีประโยชน์เมื่อเช็คอินผ่านตู้เช็คอินอัตโนมัติหรือเช็คอินออนไลน์ ดูได้จากอีเมลยืนยันการจองที่สายการบินส่งให้
- ชั่งน้ำหนักกระเป๋าให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่บ้าน เพราะเรื่องเซอร์ไพรส์หน้าเคาน์เตอร์ เช่น กระเป๋าหนักเกินโควตาไป 2 กก. อาจทำให้เสียเงินไม่น้อย ค่าธรรมเนียมน้ำหนักเกินที่จ่ายหน้างานแพงกว่าการซื้อน้ำหนักเพิ่มออนไลน์ล่วงหน้าอย่างเห็นได้ชัด เกณฑ์น้ำหนักและขนาดที่แน่นอนของทั้งสัมภาระถือขึ้นเครื่องและสัมภาระใต้ท้องเครื่องของแต่ละสายการบิน ดูได้ในตารางสรุปขนาดสัมภาระถือขึ้นเครื่อง
ภาพรวมของทุกขั้นตอนในสนามบินตั้งแต่มาถึงจนถึงขึ้นเครื่อง อ่านได้ในคู่มือขั้นตอนต่าง ๆ ในสนามบิน ส่วนการวางแผนการเดินทาง บทความเรื่องควรถึงสนามบินก่อนเครื่องออกนานแค่ไหนก็ช่วยได้มาก หากเดินทางกับเด็กเล็ก มีรถเข็นเด็ก หรือบินช่วงไฮซีซัน ควรเผื่อเวลาเพิ่มอีกพอสมควร
เอกสารครบแล้ว กระเป๋าชั่งน้ำหนักแล้ว ถ้าอย่างนั้นอย่าลืมจัดการเรื่องที่จอดรถใกล้สนามบินล่วงหน้าด้วย เว็บไซต์เปรียบเทียบที่จอดรถแบบมีผู้ดูแลของเราช่วยให้เรื่องนี้จบได้ในไม่กี่นาที แล้วความเครียดก่อนเดินทางจะหายไปเยอะเลย
เช็คอินที่สนามบินทีละขั้นตอน

มาถึงสนามบินและดูจอเที่ยวบินขาออก
เมื่อเข้าสู่อาคารผู้โดยสารขาออก ให้มองหาจอแสดงเที่ยวบินขนาดใหญ่ที่เขียนว่า Departures หรือผู้โดยสารขาออก จอนี้จะแสดงเที่ยวบินของคุณ เวลาเครื่องออก หมายเลขเคาน์เตอร์เช็คอิน และสถานะล่าสุด ข้อมูลบนจออัปเดตแบบเรียลไทม์ จึงควรเช็กทันทีที่มาถึง และเช็กซ้ำอีกครั้งก่อนเดินไปยังจุดตรวจค้น
เคาน์เตอร์เช็คอินแบ่งตามสายการบินและเที่ยวบิน ป้ายเหนือเคาน์เตอร์แต่ละจุดจะบอกว่ารองรับเที่ยวบินและสายการบินใด สายการบินใหญ่ ๆ มักเปิดเคาน์เตอร์หลายจุดพร้อมกัน แถวจึงกระจายตัวไม่กระจุกอยู่จุดเดียว
เช็คอินและโหลดกระเป๋า
ที่เคาน์เตอร์ ให้ยื่นเอกสารประจำตัวพร้อมตั๋วเครื่องบินหรือรหัสการจอง เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบตัวตน จัดหรือยืนยันที่นั่ง แล้วออกบอร์ดิ้งพาสให้ หากมีกระเป๋าโหลด เจ้าหน้าที่จะชั่งน้ำหนัก ติดแท็กระบุกระเป๋าพร้อมบาร์โค้ด จากนั้นกระเป๋าจะเลื่อนหายไปกับสายพาน แล้วไปโผล่อีกครั้งที่สายพานรับกระเป๋าหลังเครื่องลงจอด
สัมภาระถือขึ้นเครื่อง เช่น กระเป๋าใบเล็กหรือเป้สะพาย จะเดินทางไปกับคุณในห้องโดยสาร กติกาเรื่องขนาดและสิ่งของที่ใส่ได้ขึ้นอยู่กับสายการบินและประเภทตั๋ว ส่วนสัมภาระใต้ท้องเครื่องคืออะไรและต่างจากสัมภาระถือขึ้นเครื่องอย่างไร เราอธิบายไว้ในคู่มืออีกบทความหนึ่ง
เที่ยวบินในเขตเชงเก้นและนอกเขตเชงเก้น
เที่ยวบินภายในเขตเชงเก้น หลังโหลดกระเป๋าแล้วเดินตรงไปจุดตรวจค้นได้เลย ส่วนเที่ยวบินนอกเขตเชงเก้น เช่น ไปลอนดอน อังการา ดูไบ หรือนิวยอร์ก จะมีด่านตรวจหนังสือเดินทางเพิ่มอีกหนึ่งขั้น จึงควรเผื่อเวลามากขึ้นและมาถึงสนามบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก
จุดตรวจค้นและทางไปประตูขึ้นเครื่อง
หลังเช็คอินเสร็จ ให้มุ่งหน้าไปยังจุดตรวจค้น หยิบโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตออกจากกระเป๋าถือ แยกของเหลวใส่ถุงพลาสติกใสวางในถาดต่างหาก ถอดเสื้อแจ็กเก็ตและเข็มขัดออก เมื่อเดินผ่านเครื่องตรวจแล้ว เก็บสัมภาระให้ครบ จากนั้นดูจอแสดงหมายเลขประตูขึ้นเครื่องหรือเกตของคุณ
ในหัวข้อนี้เรามีบทความแยกโดยเฉพาะ อ่านได้ที่ขั้นตอนการตรวจค้นที่สนามบิน
เช็คอินที่สนามบินมีแบบไหนบ้าง - ประเภทของการเช็คอิน
เช็คอินที่เคาน์เตอร์
วิธีคลาสสิกที่สุด ต่อแถว ยื่นเอกสารกับตั๋ว แล้วรับบอร์ดิ้งพาส ข้อดีคือมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลแบบตัวต่อตัว ทั้งให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ (เปลี่ยนที่นั่ง สัมภาระพิเศษ ขอย้ายเที่ยวบิน) ข้อเสียคือแถวที่อาจยาว โดยเฉพาะช่วงเช้าในฤดูท่องเที่ยว หรือช่วงใกล้เวลาเครื่องออกของสายการบินโลว์คอสต์
เช็คอินออนไลน์
ทำผ่านเว็บไซต์หรือแอปของสายการบิน ส่วนใหญ่เปิดให้เช็คอินล่วงหน้า 24 ถึง 48 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก คุณจะได้บอร์ดิ้งพาสอิเล็กทรอนิกส์ เลือกที่นั่งได้เอง และไม่ต้องต่อแถวหน้าเคาน์เตอร์ หากมีกระเป๋าโหลด เพียงเดินไปที่เคาน์เตอร์ฝากกระเป๋าโดยเฉพาะ ส่งกระเป๋าแล้วไปต่อได้เลยโดยไม่ต้องรอในแถวหลัก
ตู้คีออสก์เช็คอินด้วยตนเอง
ตู้บริการในสนามบินที่ให้คุณเช็คอินได้เองโดยไม่ต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ เพียงกรอกรหัสการจองหรือสแกนเอกสารประจำตัว ระบบจะตรวจสอบข้อมูลแล้วพิมพ์บอร์ดิ้งพาสออกมาให้ แต่หากมีสัมภาระใต้ท้องเครื่อง สุดท้ายคุณก็ยังต้องนำกระเป๋าไปส่งที่เคาน์เตอร์อยู่ดี
เช็คอินอัตโนมัติที่สนามบิน

ปัจจุบันสายการบินใหญ่ส่วนมากมีตู้เช็คอินอัตโนมัติให้บริการ ทั้งที่สนามบินปรากและอีกหลายเมือง วิธีใช้ก็ง่ายมาก เดินไปที่ตู้ เสียบหรือสแกนเอกสารประจำตัว หรือกรอกรหัสการจอง ยืนยันที่นั่ง แล้วตู้จะพิมพ์บอร์ดิ้งพาสออกมาให้ทันที
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาราว 2 ถึง 3 นาทีโดยไม่ต้องยืนต่อแถวหลัก สำหรับผู้โดยสารที่มีแค่สัมภาระถือขึ้นเครื่อง นี่คือเส้นทางที่เร็วที่สุดจากประตูสนามบินไปยังจุดตรวจค้น แต่หากมีกระเป๋าโหลด ตู้อัตโนมัติจะจัดการได้เฉพาะขั้นตอนเช็คอินเท่านั้น ตัวกระเป๋ายังต้องนำไปส่งที่เคาน์เตอร์หรือจุดรับฝากกระเป๋าอยู่ดี
ข้อผิดพลาดยอดฮิตที่ทำให้เสียเวลา
- ไปผิดเทอร์มินัล เป็นความผิดพลาดสุดคลาสสิกโดยเฉพาะที่สนามบินปราก เทอร์มินัล 1 รองรับเที่ยวบินนอกเขตเชงเก้น ส่วนเทอร์มินัล 2 รองรับเที่ยวบินในเขตเชงเก้น การเดินข้ามเทอร์มินัลกินเวลา 10 ถึง 15 นาที ซึ่งในเช้าที่เร่งรีบคุณอาจไม่มีเวลาเหลือขนาดนั้น
- ไม่เช็กเกตหรือเวลาเครื่องออกก่อนเดินทาง เป็นความเสี่ยงโดยเฉพาะเมื่อบินจากสนามบินที่คนแน่น เพราะเกตและเวลาเครื่องออกอาจเปลี่ยนได้แม้เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียว คอยดูจอแสดงเที่ยวบินหรือการแจ้งเตือนในแอปสายการบินเป็นระยะ
- ประเมินชั่วโมงเร่งด่วนต่ำเกินไป – การขับรถจากใจกลางปรากไปสนามบินในชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้าช่วงหน้าร้อนอาจใช้เวลาถึง 50 นาที จากปกติเพียง 20 นาที วางแผนการเดินทางตามความเป็นจริง ไม่ใช่ตามความหวัง
- เอกสารจมอยู่ก้นกระเป๋า ทำให้เสียเวลาทุกด่านที่ต้องหยิบใช้ หนังสือเดินทาง บอร์ดิ้งพาส และกรมธรรม์ประกันควรอยู่ในช่องกระเป๋าใบเล็กหรือกระเป๋าคาดเอวที่หยิบออกมาได้ภายใน 5 วินาที
เคล็ดลับ: หากเที่ยวบินล่าช้าเกิน 3 ชั่วโมง คุณมีสิทธิ์ตามกฎหมายเรียกร้องค่าชดเชยได้สูงสุดถึง 600 ยูโร รายละเอียดและวิธียื่นคำร้องดูได้ในคู่มือค่าชดเชยเที่ยวบินล่าช้า
รู้จักการเช็คอินที่สนามบินแล้ว - เหลือแค่ไปให้ทันเวลา
ขั้นตอนเช็คอินที่สนามบินไม่ใช่เรื่องยากสำหรับใครก็ตามที่มาถึงล่วงหน้าเพียงพอและเตรียมเอกสารมาพร้อม จอเที่ยวบินขาออก เคาน์เตอร์หรือตู้คีออสก์ โหลดกระเป๋า จุดตรวจค้น แล้วก็ประตูขึ้นเครื่อง ทั้งหมดมีเพียงห้าขั้นตอน ซึ่งหลังจากบินครั้งแรกก็จะกลายเป็นเรื่องคุ้นเคย
แต่สิ่งที่ไม่ควรปล่อยเป็นเรื่องนาทีสุดท้ายคือการหาที่จอดรถ เว็บไซต์เปรียบเทียบของเราช่วยให้คุณค้นหาที่จอดรถแบบมีผู้ดูแลใกล้สนามบินพร้อมราคาและคะแนนรีวิวล่าสุดได้ง่าย ๆ จองที่จอดตั้งแต่อยู่บ้าน แล้ววันเดินทางจะไม่มีอะไรให้ต้องเครียด



